เสริมหน้าอกให้ปลอดภัย ถุงซิลิโคนเจล

ศัลยกรรมผ่าตัดเสริมหน้าอก

Posted on Mar 22, 2012


เสริมหน้าอก

ทรวงอกหรือหน้าอก

ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นผู้หญิงอย่างหนึ่ง ที่ชวนมองสำหรับเพศตรงข้ามเป็นอย่างดี เนื่องจากหน้าอกที่ดูดี มีขนาดพอเหมาะกับสรีระของผู้หญิง จะช่วยให้ผู้หญิงมีความมั่นใจในการแต่งตัวมากขึ้น เพราะสมัยนี้การแต่งกายของสาวๆ จะเน้นสรีระมากขึ้นกว่าสมัยก่อน มีทั้งสายเดี่ยว เกาะอก คอกว้างโชว์ร่องอก เป็นต้น ซึ่งหากสาว ๆที่ไม่มีสัดส่วนที่เหมาะสม เรียกว่าแทบไม่มีโอกาสได้แต่งตัวแบบต้องการ

แต่สาว ๆที่มีปัญหาหน้าอกเล็ก ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป เพราะปัจจุบันวิวัฒนาการในวงการเสริมความงาม สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้โดยการผ่าตัดเสริมหน้าอก เพื่อเพิ่มเติมส่วนที่ขาดหายไป ให้ได้ขนาดและรูปร่างที่เหมาะสมตามที่สาวๆต้องการได้ แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเสริมหน้าอกนั้น จะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการผ่าตัดเสริมหน้าอก

การผ่าตัดเสริมหน้าอก

โดยเป็นการทำศัลยกรรมที่มีวิวัฒนาการมานานนับสิบ ๆปี ในอดีตเคยมีการใช้สารแปลกปลอม ฉีดเข้าไปในหน้าอกเพื่อเพิ่มขนาด เช่น น้ำมันพาราฟิน ซิลิโคนเหลว เป็นต้น ซึ่งผลการฉีดในระยะแรก ๆก็ดูเป็นที่หน้าพอใจ แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป จะเกิดผลข้างเคียง เช่น เกิดการอักเสบ การไหลของสารซิลิโคนเหลว หรือน้ำมันพาราฟินไปสู่บริเวณอื่น ๆ ส่งผลให้เกิดการผิดรูป บิดเบี้ยว หรือเป็นก้อนแข็งที่เต้านม

จนถึงเกิดการเน่าเฟะตามมา และต้องทำการผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมด ดังนั้น สารดังกล่าวจึงถือเป็นสารต้องห้าม สำหรับการฉีดเพื่อเสริมหน้าอก ปัจจุบันมีวิธีการการเพิ่มขนาดหน้าอก ที่เป็นที่ยอมรับกันและมีผลข้างเคียงน้อยก็คือ การเสริมหน้าอกด้วยถุงนมเทียม หรือที่เรียกว่า เสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน ด้วยวิธีการผ่าตัด ซึ่งวิวัฒนาการเกี่ยวกับถุงนมเทียม และเทคนิคการผ่าตัดได้มีการพัฒนาขึ้นมาเป็นลำดับ หากสาวอกเล็ก หรือหน้าอกหย่อนคล้อย โดยเฉพาะหลังจากมีบุตรมาแล้ว หน้าอกที่เคยเต่งตึงกลับเหี่ยวเล็กลงอย่างน่าใจหาย วิธีนี้จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาทรวดทรงให้กลับมาดูดีขึ้นได้

เสริมหน้าอก

ซิลิโคนเสริมหน้าอก

ปัจจุบันนี้ในท้องตลาด ถุงซิลิโคนมีอยู่ 2 ชนิด คือชนิดที่บรรจุด้วยน้ำเกลือ และ ชนิดที่บรรจุด้วยซิลิโคนเจล ทั้งสองชนิดนี้เปลือกนอกเป็นซิลิโคนแผ่น นำมาเป่าขึ้นรูปเป็นทรงกลม ผิวนอกอาจจะเป็นผิวเรียบสนิท หรือเป็นผิวขรุขระเหมือนผิวทราย

ชนิดที่บรรจุด้วยน้ำเกลือ เมื่อแกะจากกล่องออกมา จะเป็นถุงเปล่า ๆไม่มีอะไรอยู่ข้างในเลย แต่มีจุ๊บสำหรับการสูบฉีดน้ำเกลือเข้าไป จึงเป็นหน้าที่ของแพทย์ที่จะต้องฉีดน้ำเกลือบริสุทธิ์ เข้าไปในถุงให้เต็มตามขนาดที่คุณได้เลือกไว้ ทั้งนี้แพทย์จะพยายามให้มีฟองอากาศน้อยที่สุด

ชนิดที่เป็นซิลิโคนเจล ตัวถุงและสารที่บรรจุอยู่ข้างในเป็นซิลิโคน จะบรรจุเสร็จจากโรงงานและผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อย เปิดห่อแล้วใส่ได้เลย ขนาดที่ต้องการก็แล้วแต่เราจะเลือกใช้ ซึ่งทางผู้ผลิตก็มักจะผลิตขนาดหลากหลาย ตั้งแต่เล็กไม่กี่ซีซีจนถึงขนาดมหึมาเป็นหลายซีซี

วิธีผ่าตัดเสริมหน้าอก

โดยมากแพทย์มักจะทำการผ่าตัดเสริมหน้าอก โดยให้คนไข้ดมยาสลบ เพื่อความสะดวกในการผ่าตัด หลังจากนั้นแพทย์จะผ่าตัดเปิดแผลที่รักแร้ ปานนม หรือใต้ราวนม แล้วแต่ว่าจะตกลงกับคนไข้ว่าอย่างไร ปัจจุบันนิยมผ่าตัดเข้าทางรักแร้มากที่สุด เนื่องจากหลีกเลี่ยงแผลที่เนินอกได้ดี

หลังจากนั้นแพทย์จะแหวกเนื้อเต้านมและกล้ามเนื้อแผงอกให้แยกออกจากกัน เป็นช่องกว้างขนาดพอเหมาะที่จะใส่ ถุงซิลิโคน ที่เลือกเอาไว้ได้ เมื่อห้ามเลือดเรียบร้อยแล้ว แพทย์จึงจะค่อย ๆใส่ถุงนมเทียมเข้าไปทีละน้อยจนหมด เมื่อจัดรูปทรงเข้าที่แล้ว จึงเย็บแผลปิดด้วยไหมเล็ก ๆจะเป็นไหมละลายหรือไม่ละลายก็ได้ ก็เป็นอันเสร็จ สำหรับบางคนที่มี เนื้อหน้าอกค่อนข้างบาง หมออาจจะเสริมหน้าอกโดยการวางไว้ใต้กล้ามเนื้อแผงอก เพื่อจะได้มีเนื้อคลุมถุงนมเทียมเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง

เสริมหน้าอก

การดูแลตัวเองหลังเสริม

หลังจากเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอกแล้ว จะได้พักที่ รพ.อย่างน้อย 1 คืน เพื่อแพทย์จะได้ดูแลเรื่องอาการปวดบวม รวมทั้งอาการทั่วไป เมื่ออาการคงที่แล้ว ก็สามารถกลับบ้านได้ และแพทย์จะนัดมาตรวจหน้าอกในอีกประมาณ 5 วันหลังจากทำ

แต่การดูแลที่สำคัญที่สุดอีกอย่างคือ "การนวดหน้าอกหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก" เนื่องจากร่างกายจะสร้าง พังผืดมาล้อมตัวถุงนมเทียม ไว้เสมอ หากถูกล้อมไว้จนแคบเกินไป จะทำให้ หน้าอกเกิดอาการตึงแข็งได้ หรือมีอาการบิดเบี้ยวของเต้านม

ดังนั้น หลังจากผ่าตัดเสริมหน้าอก ไปแล้ว คนไข้ต้อง หมั่นนวดคลึงหน้าอก เพื่อให้ถุงนมสามารถเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา เป็นการป้องกันปัญหาดังกล่าวและทำให้เต้านมสวยงามยิ่งขึ้น การนวดหน้าอกหลังการผ่าตัด ควรทำต่อเนื่องกันอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปีเป็นดีที่สุด

ผลข้างเคียงหลังผ่าตัด

การตึงแข็งและพังผืดล้อมถุงนมเทียม เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ไม่บ่อยนัก ทั้งนี้ปัจจัยหลายอย่างที่ช่วยสนับสนุนการเกิดของพังผืดนี้ ได้แก่ เทคนิคการผ่าตัดของแพทย์ อาจจะเกิดเลือดออกหรือเลือดคั่งที่โพรงเต้านมเทียม และอักเสบรอบถุงนม

การเลือกขนาดของถุงนมที่ไม่เหมาะสม ทำให้คลำเจอขอบของซิลิโคน (โดยมากมักจะพบในพวกที่ชอบเสริมหน้าอก ให้มีขนาดใหญ่ ๆมากกว่า) และการดูแลตัวเองของคนไข้ที่ไม่ดีพอ โดยเฉพาะในช่วงแรก ๆของการผ่าตัด จะต้อง นวดหน้าอก อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันผลข้างเคียงต่างๆเหล่านี้ได้

ระดับของเต้านมที่ไม่เท่ากัน โดยมากมักเกิดจากการวางถุงนมที่ไม่ดีพอ หรือการที่ถุงนมเคลื่อนตัวไปอยู่ในระดับที่สูง หรือต่ำกว่าปกติ ซึ่งหากแตกต่างกันมาก ก็มีความจำเป็นที่จะต้องผ่าตัดใหม่ เพื่อเข้าไปจัดตำแหน่งของถุงนมใหม่

อาการชาที่ปานนม หัวนม โดยมากมักเกิดขึ้นในช่วงระยะแรก ๆ เนื่องจากการเลาะแหวกช่องสำหรับวางถุงนมนั้น อาจจะมีการดึงรั้งเส้นประสาทที่เลี้ยงหัวนมและปานนมได้ แต่มักจะไม่เกิดขึ้นถาวร และจะหายชาได้เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 5-6 เดือน

แผลเป็นที่ผ่าตัดมีการปูดนูน แผลที่รักแร้ ปานนม หรือใต้ราวนมนั้น อาจจะมีลักษณะของแผลเป็นที่ไม่สวยงามได้ ทั้งนี้อาจเกิดจากการอักเสบของแผล ความตึงของผิวหนัง รวมทั้งสภาพผิวหนังของคนไข้เอง

ติดต่อสอบถามจองคิวนัดแพทย์

จองคิวนัดหมอเลอลักษณ์ พร้อมบริการแนะนำข้อมูลและราคาศัลยกรรม
086-908-8798

โรงพยาบาลเลอลักษณ์
สอบถามการทำศัลยกรรมเลอลักษณ์ทางไลน์

สอบถามการทำศัลยกรรม หากมีคำถามหรือต้องการคำตอบอ่านได้ที่นี่หรือ
ทางไลน์ไอดี pinsale4u

ถามตอบทำหน้าอกเลอลักษณ์